เมื่อคุณเข้าใจอัลกอริทึมของ TikTok แล้ว ขั้นตอนต่อไปที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การเลือกประเภทคอนเทนต์ให้เหมาะกับเป้าหมาย เพราะคอนเทนต์แต่ละรูปแบบให้ผลลัพธ์ไม่เหมือนกัน บางแบบช่วยเพิ่มยอดวิว บางแบบช่วยสร้างยอดขาย และบางแบบช่วยสร้างภาพจำของแบรนด์
โดย บทความนี้ได้รวบรวมไอเดียเด็ด ๆ สำหรับทำคอนเทนต์ TikTok ให้ปัง และถูกใจ Algorithm มาฝากแล้ว ดังนี้
-
คอนเทนต์เล่าเรื่อง (Storytelling)
คอนเทนต์เล่าเรื่อง ถือเป็นหนึ่งในรูปแบบที่ทรงพลังที่สุดบน TikTok เพราะคนมักอินกับเรื่องราวมากกว่าข้อมูลตรง ๆ เสมอ ดังนั้น การมีเส้นเรื่องที่ชัดเจน จะช่วยให้ผู้ชมอยู่กับคลิปได้นานขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อ Watch Time และโอกาสไวรัล โดยเฉพาะคอนเทนต์ที่มีจุดเริ่มต้น กลางเรื่อง และจุดพีก จะช่วยกระตุ้นให้ผู้ชมอยากดูจนจบ
ตัวอย่างเนื้อหาที่เหมาะกับคอนเทนต์ Storytelling ได้แก่
-
คอนเทนต์ให้ความรู้ (How-to Content)
คอนเทนต์ประเภทให้ความรู้ เป็นอีกหนึ่งรูปแบบที่ได้รับความนิยมสูง เพราะตอบโจทย์พฤติกรรมผู้ใช้ที่ต้องการเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ แบบเร็ว ๆ ซึ่งจุดเด่นของคอนเทนต์ประเภทนี้คือ สามารถสร้าง Value ให้กับผู้ชมได้ทันที และมีโอกาสถูก Save หรือแชร์ต่อสูง ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกต่ออัลกอริทึม
ตัวอย่างคอนเทนต์ How-to หรือให้ความรู้ เช่น
-
คอนเทนต์ตามเทรนด์ (Trend-Based Content)
TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่เทรนด์มาไว ไปไว ดังนั้น การหยิบเทรนด์มาใช้ให้ถูกจังหวะ จะช่วยเพิ่มโอกาสให้คอนเทนต์เข้าถึงคนจำนวนมากในระยะเวลาอันสั้น ไม่ว่าจะเป็น เพลงไวรัล หรือ Challenge ต่าง ๆ ล้วน ก็เป็นตัวเร่งให้คอนเทนต์ถูกมองเห็นมากขึ้น ตัวอย่างเช่น
-
คอนเทนต์รีวิว หรือป้ายยา (Review Content)
คอนเทนต์ TikTok รีวิว เป็นจุดเชื่อมสำคัญระหว่างการรับรู้ (Awareness) ไปสู่การตัดสินใจซื้อ (Conversion) แต่สิ่งที่ทำให้คอนเทนต์ประเภทนี้เวิร์กบน TikTok ไม่ใช่การขายตรง ๆ แต่คือการเล่าแบบคนใช้จริง ตัวอย่างเช่น
-
คอนเทนต์เบื้องหลัง (Behind the Scenes)
คอนเทนต์เบื้องหลัง เป็นอีกหนึ่งรูปแบบที่ช่วยให้แบรนด์ดูมีตัวตน และเข้าถึงง่ายมากขึ้น โดยเฉพาะในยุคนี้ ที่ผู้บริโภคต้องการความโปร่งใส และความจริงใจ การเปิดเผยเรื่องราวเล็ก ๆ ที่คนทั่วไปไม่เห็น จะช่วยสร้างความรู้สึกใกล้ชิด และเพิ่มความน่าเชื่อถือในระยะยาว
ตัวอย่างเช่น
ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.iamcommonground.com/